บริษัทจำกัด

นิติบุคคลรูปแบบ บริษัทจำกัด ช่วยสร้างความน่าเชื่อถือ และเพิ่มโอกาสเข้าถึงแหล่งเงินทุน 

ความสำคัญโดยย่อ

“บริษัทจำกัด” เป็นการจัดตั้งบริษัทหรือจัดตั้งนิติบุคคลจากการรวมกันของบุคคล 3 คนขึ้นไป เพื่อทำให้ธุรกิจเป็นอีกหนึ่งบุคคลทางกฎหมาย (นิติบุคคล) แยกจากเจ้าของกิจการ โดยจะได้รับเลขทะเบียน 13 หลัก ที่จะใช้เป็นเลขประจำตัวทางกฎหมาย

การจัดตั้งบริษัทจำกัด จะมีการแบ่งทุนออกเป็นส่วนที่เรียกว่าหุ้น โดยแต่ละหุ้นจะมีราคาเท่าๆ กัน เพื่อให้ผู้ก่อตั้งลงทุนซื้อ หรือ เป็นเจ้าของจำนวนหุ้นตามสัดส่วน และตามมูลค่าที่ตกลงกัน ซึ่งผู้ที่ซื้อหุ้นของบริษัทจะถูกเรียกว่า “ผู้ถือหุ้น” และจำกัดการรับผิดชอบต่อหนี้สินที่อาจจะเกิดขึ้นได้ในอนาคตไม่เกินจำนวนมูลค่าหุ้นที่มี ซึ่งเมื่อจัดตั้งแล้วจะต้องใช้คำว่า “บริษัท” ไว้หน้าชื่อและ “จำกัด” ไว้ท้ายชื่อ หรือถ้าเป็นภาษาอังกฤษจะลงท้ายชื่อด้วย Company Limited หรือ Co., Ltd.

นอกจากการจำกัดความรับผิดชอบต่อหนี้สินที่อาจจะเกิดขึ้นได้ในอนาคตแล้ว การจัดตั้งบริษัท จะทำให้ธุรกิจของคุณ สามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุนได้ง่ายกว่าการทำธุรกิจในนามบุคคล เพราะนิติบุคคล จะต้องมีการทำบัญชี ส่งงบการเงินโดยมีคนเซ็นรับรอง ทำให้ข้อมูลทางบัญชีมีความน่าเชื่อถือมากกว่าและทำให้การขอกู้เงินจากธนาคารจะง่ายกว่าบุคคลธรรมดา และจะได้รับ สิทธิพิเศษทางภาษี เพราะสามารถเสียภาษีตามผลกำไรที่เกิดขึ้นจริงตามบัญชี ซึ่งมีอัตราสูงสุดที่ 20% น้อยกว่าภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาที่มีอัตราถึง 35% และถ้าปีไหนธุรกิจ “ขาดทุน” ก็จะไม่ต้องเสียภาษี และยังสามารถยกยอดการขาดทุนไปใช้ลดหย่อนในปีถัดๆไปได้อีกด้วย

 

จดทะเบียนบริษัทจำกัด

การจดทะเบียนบริษัทจำกัด จะต้องตรวจสอบชื่อบริษัทก่อนเพื่อให้มั่นใจได้ว่า ชื่อบริษัทที่เราต้องการจะไม่ซ้ำ หรือ คล้ายกับ บริษัทจำกัดของคนอื่นที่มีอยู่แล้ว หลังจากนั้นเราก็สามารถจดทะเบียนบริษัทเพื่อขอหนังสือรับรองจากกรมพัฒนาธุรกิจการค้าเพื่อให้มีผลได้ทางกฎหมายโดยทันที

📝 จดทะเบียนบริษัท

รอผลอนุมัติประมาณ 1 วันทำการ

เมื่อตกลงโครงสร้างผู้ถือหุ้น รายละเอียดการชำระเงินค่าหุ้น และที่อยู่จัดตั้งของบริษัทได้แล้ว คุณก็สามารถมีบริษัทจำกัดได้โดยทันที

📩 E-Registration

รอผลอนุมัติประมาณ 1 วันทำการ

เพียงยืนยันตัวตนต่อเจ้าหน้าที่ หรือ ผ่านทางเวปไซต์ออนไลน์ หลังจากนั้นคุณสามารถจดทะเบียนบริษัท หรือ แก้ไขข้อมูลทางออนไลน์ได้โดยทันที

ค่าบริการเริ่มต้น

ค่าบริการเริ่มต้น (บาท)

ระยะเวลาดำเนินการ (วัน)

แก้ไขข้อมูล

กรณีที่มีการเปลี่ยนแปลงของข้อมูล จะต้องมีการทำเอกสารและยื่นแจ้งกับเจ้าหน้าที่เพื่อขอแก้ไขข้อมูล

การเปลี่ยนแปลงข้อมูลบริษัท เช่น  แก้ไขเพิ่มเติมชื่อบริษัท เพิ่มเติมหรือเปลี่ยนที่ตั้งสำนักงานใหญ่ เพิ่มเติมกรรมการ เปลี่ยนแปลงข้อมูลเกี่ยวกับหุ้นและการถือครองหุ้น เป็นต้น

แก้ไขข้อมูลเกี่ยวกับบริษัท, กรรมการ และข้อบังคับเพิ่มเติมอื่น ๆ

🔏 แก้ไขเพิ่มเติมชื่อบริษัท

รอผลอนุมัติประมาณ 1 วันทำการ

เปลี่ยนแปลงชื่อบริษัทไปจากเดิม ไม่ว่าจะปรับแก้จากชื่อเดิม หรือ เปลี่ยนเป็นชื่อใหม่

🔏 แก้ไขเพิ่มเติมตราของบริษัท

รอผลอนุมัติประมาณ 1 วันทำการ

ต้องการแก้ไขตราประทับใหม่ หรือตราประทับสูญหาย

📖 แก้ไขเพิ่มเติมวัตถุประสงค์ของบริษัท

รอผลอนุมัติประมาณ 1 วันทำการ

เปลี่ยนแปลงวัตถุประสงค์ในการประกอบธุรกิจของบริษัทซึ่งอาจเปลี่ยนไปจากที่ตั้งใจไว้แต่เดิม 

🖌 แก้ไขเพิ่มเติมอำนาจกรรมการ

ยื่นเรื่องภายใน 14 วัน หลังมีการเปลี่ยนแปลง

ไม่ใช่กรรมการทุกคนที่มีอำนาจในการลงนามเหมือนกันทุกคน บริษัทสามารถกำหนด จำกัด และระบุเงื่อนไขในการใช้อำนาจของกรรมการได้

🖌 แก้ไขเพิ่มเติมรายชื่อกรรมการ

ยื่นภายใน 14 วัน หลังจากมีการเปลี่ยนแปลง

กรณีที่ถ้ามีกรรมการลาออก และแต่งตั้งแทนที่ แต่งตั้งเพิ่มเติม หรือมีการแก้ไขรายชื่อกรรมการ หรืออำนาจกรรมการ

🖌 แก้ไขเพิ่มเติมข้อบังคับ

ภายใน 14 วัน จากวันที่มีมติพิเศษแก้ไขข้อบังคับ

ถ้ามีการจะแก้ไขเพิ่มเติมข้อบังคับ ต้องจัดให้มีการประชุมผู้ถือหุ้นเพื่อมีมติพิเศษก่อนการจดทะเบียนแก้ไข ซึ่งสามารถใช้บังคับกรอบการดำเนินงานของกิจการได้

แก้ไขข้อมูลสำนักงานบริษัท

📍 แก้ไขเพิ่มเติมที่ตั้งสำนักงานใหญ่

แจ้งภายใน 14 วัน หลังจากมีการเปลี่ยน

ต้องดูรายละเอียดที่จะทำการแก้ไข ว่าต้องติดต่อกับกรมหรือหน่วยงานใดบ้าง ถ้าย้ายข้ามเขต ข้ามจังหวัด ต้องมีการแจ้งสรรพากรเขตที่ย้ายเข้าและเขตที่ย้ายออกด้วย

📍 แก้ไขเพิ่มเติมที่ตั้งสำนักงานสาขา

แจ้งล่วงหน้า / ภายใน 14 วัน หลังยกเลิก

ถ้าจะขยายหรือต้องการเพิ่มสำนักงานสาขาให้กับธุรกิจ จะต้องทำการจดทะเบียนก่อนการจัดตั้ง แต่ถ้ากรณีที่จะเปลี่ยนแปลงยกเลิกสำนักงานสาขานั้นต้องทำภายใน 14 วันหลังจากมีการยกเลิก

📓 แก้ไขรอบปีบัญชี

ควรทำอย่างน้อย 2 เดือนล่วงหน้ารอบปีบัญชีใหม่

ลดปัญหาการเก็บเอกสารที่รอบปีบัญชีไม่ตรงกับรอบปีปฎิทิน ช่วยในเรื่องการวางแผนภาษีของบริษัท และสะท้อนผลประกอบการให้เหมาะสมกับรายจ่ายปัจจุบัน

แก้ไขข้อมูลหุ้น

💵 แปลงมูลค่าหุ้น

ภายใน 14 วันนับจากวันที่ประชุมมีมติพิเศษ

นัดประชุมผู้ถือหุ้น และลงโฆษณาอย่างน้อยหนึ่งครั้งไม่น้อยกว่า 14 วัน ก่อนการประชุม ในกรณีที่จะมีการเปลี่ยนแปลงมูลค่าที่ตราไว้ต่อ 1 หุ้น

📈 มติพิเศษให้เพิ่มทุน

ภายใน 14 วันนับจากวันที่ประชุมมีมติพิเศษ

มติพิเศษจากการจัดประชุมผู้ถือหุ้น ให้บริษัทออกหุ้นใหม่หรือที่เรียกว่า “หุ้นเพิ่มทุน” เพิ่มเติมจากหุ้นเดิมที่มีอยู่แล้ว เพื่อนำไปเสนอขายให้กับผู้ที่สนใจ

📈 เพิ่มทุนและหนังสือบริคณห์สนธิ ข้อ 5

ภายใน 14 วัน นับจากวันจดมติพิเศษเพิ่มทุน

จดทะเบียนเพิ่มทุนและแก้ไขหนังสือบริคณห์สนธิ ข้อ 5. (ทุน) ตามมติพิเศษ ในกรณีที่ขายหุ้นออกใหม่ ให้สอดคล้องกับทุนที่เพิ่ม เพื่อแจ้งกับตลาดหลักทรัพย์ 

📉 มติพิเศษให้ลดทุน

ภายใน 14 วันนับจากวันที่ประชุมมีมติพิเศษ

มติพิเศษในการประชุมผู้ถือหุ้น ให้ลดจำนวนทุนจดทะเบียนลง เพื่อล้างทุนสะสม คืนทุนให้ผู้ภือหุ้น หรือปรับโครงสร้างทุน

📉 ลดทุนและหนังสือบริคณห์สนธิ ข้อ 5

ภายใน 14 วัน นับจากวันจดมติพิเศษลดทุน

จดทะเบียนลดทุนและแก้ไขหนังสือบริคณห์สนธิ ข้อ 5. (ทุน) ตามมติพิเศษ ในกรณีที่ขายหุ้นออกใหม่ ให้สอดคล้องกับทุนที่ลด เพื่อแจ้งกับตลาดหลักทรัพย์

แก้ไขข้อมูลเพิ่มเติมอื่น ๆ

🤝 มติพิเศษควบบริษัท

ภายใน 14 วัน นับจากวันลงมติควบบริษัท

เมื่อมีมติที่ประชุมจากผู้ถือหุ้นเพื่อรวมบริษัทจำกัด ตั้งแต่ 2  บริษัท ขึ้นไปเข้าด้วยกัน จะต้องมีการจดทะเบียนมติพิเศษควบบริษัท โดยจะใช้ชื่อเดิมหรือใช้ชื่อใหม่ก็ได้

📣 รายการอื่นที่ควรจะให้ประชาชนทราบ

ภายใน 14 วันนับจากวันที่ประชุมมีมติพิเศษ

กรณีการเปลี่ยนแปลงอื่น ๆ ที่ไม่ได้ระบุไว้ แต่เป็นการเปลี่ยนแปลงของบริษัทที่จะต้องมีการประกาศเป็นกิจลักษณะ

ค่าบริการเริ่มต้น

ค่าบริการเริ่มต้น (บาท)

ระยะเวลาดำเนินการ (วัน)

เลิก / เสร็จชำระบัญชี

กรณีเลิกกิจการ หรือปิดกิจการนั้น จะต้องมีขั้นตอนของการจดทะเบียนเลิกกิจการ และต้องมีผู้ตรวจสอบบัญชีเซ็นงบชำระบัญชีให้ ไม่ว่าจะเป็นการตกลงในมติที่จะปิดกิจการ เลิกโดยผลของกฎหมาย หรือแม้กระทั่งการเลิกด้วยการฟ้องจากศาล 

🚫 จดทะเบียนเลิกบริษัท

ภายใน 14 วัน จากวันที่เลิกบริษัท

ในกรณีที่ปิดบริษัท จะต้องยื่นจดทะเบียนเลิกบริษัทก่อนเป็นอันดับแรก โดยจะต้องมีการนัดวันประชุม และลงมติเลิกกิจการให้เรียบร้อย จึงค่อยทำรายงานบัญชีให้ผู้ตรวจสอบและนำเอกสารต่าง ๆ ไปยื่นเสร็จการชำระบัญชีต่อไป

🗂 ส่งรายงานการชำระบัญชี

ยื่นต่อนายทะเบียนทุก 3 เดือน

กรณีที่ส่งงบการเงินให้ผู้ตรวจสอบบัญชีแล้ว แต่ไม่ผ่าน ต้องมีการทำรายงานและส่งรายงานการชำระบัญชี

 

📕 เสร็จการชำระบัญชี

ภายใน 14 วัน จากวันประชุมอนุมัติ

เคลียร์บัญชีคั่งค้าง ไม่ว่าจะเป็นลูกหนี้หรือเจ้าหนี้เพื่อทำการชำระบัญชี และจัดประชุมผู้ถือหุ้นเพื่อรายงานผลการชำระบัญชี ก่อนที่จะจดทะเบียนเสร็จชำระบัญชีต่อนายทะเบียน

📝 แก้ไขเพิ่มเติมอำนาจของผู้ชำระบัญชี

ภายใน 14 วันจากวันที่ประชุมหรือมีคำสั่งศาล

ถ้าแต่งตั้งผู้ชำระบัญชีเพื่อสะสางทรัพย์สินหนี้สินแล้วอยากมีการเปลี่ยนแปลง หรือแก้ไขอำนาจ ต้องนำมติที่ประชุมหรือคำสั่งศาลไปยื่นจดทะเบียนต่อนายทะเบียน โดยให้ผู้ชำระบัญชีที่ได้จดทะเบียนเดิมเป็นผู้ขอจดทะเบียน

ค่าบริการเริ่มต้น

ค่าบริการเริ่มต้น (บาท)

ระยะเวลาดำเนินการ (วัน)

ขั้นตอนดำเนินงาน และวิธีการชำระเงิน

ลูกค้าติดต่อขอใช้บริการผ่านระบบแชท

ทีมงานประเมินเอกสารพร้อมส่งใบเสนอราคาให้ลูกค้าประกอบการตัดสินใจ

ใบเสนอราคาจะถูกจัดส่งให้ทางอีเมล์ของลูกค้า

หากลูกค้าตกลงใช้บริการ กรุณาชำระเงินก่อนเริ่มบริการ

  • บัญชีออมทรัพย์ ธนาคารกสิกรไทย สาขา โลตัสพระราม 4
    ชื่อบัญชี บจ.โฟสิทีฟ แคชโฟลว์ (ออมทรัพย์)
    เลขบัญชี 053-8-51140-4
  • ส่งสลิปการชำระเงินกลับมาให้ทีมงานทางแชทเพื่อดำเนินการต่อ

ทีมงานขอเอกสารที่เกี่ยวข้องจากลูกค้า

เอกสารที่ต้องส่งให้ทีมงาน
– ประเภทออนไลน์ : สแกนไฟล์เอกสารในรูปแบบ PDF และส่งให้ทีมงาน
– ประเภทออฟไลน์ : ทีมงานจะแจ้งสถานที่จัดส่งเอกสารตัวจริงทางไปรษณีย์ให้ทราบ (ถ้ามี)

ทีมงานเตรียมเอกสาร และดำเนินการจนครบทุกขั้นตอน

ทีมงานทำการติดต่อหน่วยงานภาครัฐ และทำการยื่นเอกสาร และเป็นตัวแทนติดต่อประสานงานเจ้าหน้าที่ภาครัฐกับทางลูกค้าให้เรียบร้อย ซึ่งอาจมีระยะเวลาแตกต่างกันสำหรับแต่ละบริการ

ส่งมอบงาน และรีวิวการทำงาน

  • ลูกค้าได้รับเอกสารสำคัญตามแพ็กเกจที่เลือก
  • ลูกค้าจะได้รับ Username และ Password สำหรับระบบออนไลน์ของหน่วยงาน (ถ้ามี)
  • ลูกค้าประเมินความพึงพอใจในการใช้บริการ

สนใจบริการของเรา? 

ติดต่อพูดคุยกับทีมงานได้ทางปุ่มแชทด้านขวามือ
หรือ ส่งอีเมลมาได้ที่ info@thaitaxlaw.com