พาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ (E-Commerce)

และ เครื่องหมายรับรอง DBD

ประกอบกิจการพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ หรือ E-Commerce ให้ถูกกฎหมายด้วยการจดทะเบียน
และสร้างความน่าเชื่อถือให้ลูกค้ามั่นใจ ด้วยการขอเครื่องหมายรับรอง DBD Registered และ DBD Verified

ความสำคัญโดยย่อ

ทำการค้าขายออนไลน์ยังไงให้ดูน่าเชื่อถือ และทำให้ลูกค้าไว้ใจ ? จำเป็นไหม ที่ต้องจดทะเบียนพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ หรือ E-Commerce ? มาทำความเข้าใจเนื้อหาที่ผู้ประกอบการหรือเจ้าของกิจการค้าขายออนไลน์ต้องรู้กัน!

ก่อนอื่นเจ้าของกิจการควรจะรู้ก่อนว่า ผู้ประกอบการพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์หรือ E-Commerce ทุกคนจะต้องทำการจดทะเบียนพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์! เพราะถือเป็นข้อบังคับพื้นฐาน ถ้าหากกิจการที่คุณทำอยู่ตรงตามข้อกำหนดที่จะต้องจดทะเบียน ถ้าไม่มีจดทะเบียนจะมีความผิดทางกฎหมาย แต่คำถามต่อมาก็คือ แล้วจะรู้ได้อย่างไร ว่าธุรกิจที่คุณทำอยู่เข้าข่ายการเป็นกิจการค้าขายออนไลน์ที่ต้องจดทะเบียนพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์หรือไม่ ?

มาดูเกณฑ์ข้อกำหนดในการเป็นกิจการค้าขายออนไลน์กันดีกว่า…

1. กิจการค้าขายออนไลน์นั้น ๆ เป็นกิจการที่มีหน้าร้านค้าออนไลน์ ที่มีการซื้อขายกันผ่านระบบทางอินเทอร์เน็ต เช่น ร้านค้าใน Social Media อย่าง Facebook หรือ Instagram หรือ เป็นร้านค้าที่สามารถซื้อขายได้ ผ่าน E-Marketplace อย่าง Shopee Lazada เป็นต้น
2. มีเว็บไซต์ที่มีชื่อ Domain ของตัวเอง ถ้ามีแค่เว็บไซต์ หรือมีแค่ชื่อร้านค้าบริการโดยไม่มีระบบการซื้อขายบนอินเทอร์เน็ต ไม่นับว่าเป็น E-Commerce
3. ให้เช่าพื้นที่ในการทำเว็บไซต์ หรือ Web Hosting
4. เป็นตลาดกลางในการซื้อขายสินค้าและบริการ หรือทำตัวเป็น E-Marketplace

ดังนั้น ธุรกิจที่เข้าข่ายทั้ง 4 ข้อข้างบน จะถือเป็นร้านค้าออนไลน์ที่จะต้องจดทะเบียนพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ในทุกกรณีเป็นข้อกำหนดพื้นฐาน 

อีกหนึ่งสิ่งที่เจ้าของกิจการออนไลน์ควรรู้คือการขอเครื่องหมายรับรอง DBD หรือเครื่งหมายรับรองจากกรมพัฒนาธุรกิจการค้า เพื่อรับรองการมีตัวตน รับรองมาตรฐานการผ่านการประเมิน และรับรองความน่าเชื่อถือของกิจการของคุณ

 

จดทะเบียน/ขอใบอนุญาต

สำหรับร้านค้าออนไลน์ที่เข้าข่ายการเป็นพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์และพึ่งเริ่มประกอบกิจการจะต้องทำการจดทะเบียนพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์และขอเครื่องหมายรับรองให้ถูกต้อง เพราะเป็นข้อบังคับตามกฎหมาย ถ้าไม่ทำ จะมีความผิดและสามารถถูกปรับได้ 

รายละเอียดพื้นฐานที่ผู้ประกอบการหรือเจ้าของกิจการจะต้องทำ มีทั้งหมด 2 อย่าง คือ
1. จดทะเบียนพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ : เป็นการลงทะเบียนกับกรมการค้า เพื่ออยู่ในรายการอย่างถูกต้อง
2 ขอเครื่องหมายรับรอง DBD Registerd : เพื่อยืนยันการเป็นตัวตนบนโลกออนไลน์ และใส่เครื่องหมายในเว็บไซต์ให้ลูกค้าเห็น

ส่วนผู้ประกอบการที่อยากจะเพิ่มความน่าเชื่อถือให้กับร้านค้าออนไลน์ที่ทำอยู่ สามารถทำเรื่องขอเครื่องหมายรับรอง DBD Verified Silver เพิ่มเติมได้ (ไม่ได้บังคับเป็นข้อกำหนด) หลังจากจดทะเบียนพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์และขอเครื่องหมาย DBD  Registered เรียบร้อยแล้ว เพื่อให้ทางกรมการค้าตรวจสอบมาตรฐานคุณภาพและรับรองคุณภาพเพิ่มเติมอีกระดับหนึ่ง

 

✅ จดทะเบียนพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์

ภายใน 30 วัน นับจากวันที่เริ่มประกอบการ

ถ้าร้านค้าออนไลน์ไหนที่เข้าข่ายแต่ไม่จดทะเบียนพาณิชย์จะมีความผิดระวางโทษปรับไม่เกิน 2,000 บาท และปรับวันละไม่เกิน 100 บาทจนกว่าจะจดทะเบียนพาณิชย์อย่างถูกต้อง

💻 ขอเครื่องหมายรับรอง DBD Registered

ใช้เวลา 1-3 วันทำการ

สามารถทำได้หลังจากจดทะเบียนพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์เรียบร้อย และมีเว็บไซต์ รวมถึง Domain Name เป็นของตัวเองเท่านั้น

💻 ขอเครื่องหมาย DBD Verified Silver

ใช้เวลา 1-3 วันทำการ

ผู้ประกอบการที่เป็น บุคคลธรรมดา หรือ นิติบุคคล ที่ได้รับเครื่องหมายรับรอง DBD Registered และผ่านเกณฑ์มาตรฐานคุณภาพธุรกิจสามารถขอใช้เครื่องหมายนี้ได้

ค่าบริการเริ่มต้น

ค่าบริการเริ่มต้น (บาท)

ระยะเวลาดำเนินการ (วัน)

ขอต่ออายุ

สำหรับผู้ประกอบการที่ต้องการให้ธุรกิจออนไลน์น่าเชื่อถือมากขึ้น และมีการขอ DBD Verified ไว้ จะต้องทำการต่ออายุ  DBD Verified  ทุกปี เพราะ DBD Verified ทุกประเภท มีอายุแค่ 1 ปีนับจากวันที่ได้รับเครื่องหมาย ซึ่งการต่ออายุ หรือขออัพเกรดคุณภาพของ DBD Verified เป็นประเภทที่น่าเชื่อถือเพิ่มขึ้น จะมีรายละเอียดที่ต่างกันไป ขึ้นอยู่กับมาตรฐานการส่งงบการเงิน มาตรฐานธุรกิจ และการการันตีในด้านอื่น ๆ ตามที่กรมการค้าเห็นสมควร ซึ่งแบ่งเป็นทั้งหมด 3 ประเภท คือ Silver  Gold และ Platinum

การจดทะเบียนและได้รับเครื่องหมาย DBD Verified รับรองอยู่บนเว็บไซต์หรืออยู่บนร้านค้าออนไลน์ของคุณ เป็นการแสดงว่าร้านค้าของคุณ มีคุณภาพ มีคุณสมบัติครบถ้วน ผ่านเกณฑ์การประเมินมาตรฐาน มีการยืนยันคุณภาพอีกระดับ มากกว่าการแค่ยืนยันตัวตนจากการขอเครื่องหมายรับรอง DBD Registered

💻 ต่ออายุ DBD Verified Silver

ใช้เวลาประมาณ 1 วันทำการ

ผู้ประกอบการที่เป็น บุคคลธรรมดา หรือ นิติบุคคล ที่ได้รับเครื่องหมายรับรอง DBD Registered และผ่านเกณฑ์มาตรฐานคุณภาพธุรกิจสามารถขอใช้เครื่องหมายนี้ได้

💻 ขอ/ต่ออายุ เครื่องหมาย DBD Verified Gold

ใช้เวลาประมาณ 1 วันทำการ

ผู้ประกอบการแบบนิติบุคคล จดทะเบียนพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ ส่งงบการเงินไม่น้อยกว่า 1 ปี และผ่านเกณฑ์มาตรฐานคุณภาพธุรกิจ สามารถขอใช้เครื่องหมายนี้ได้

💻 ขอ/ต่ออายุ เครื่องหมาย DBD Verified Platinum

ใช้เวลาประมาณ 1 วันทำการ

ผู้ประกอบการแบบนิติบุคคล จดทะเบียนพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ ส่งงบการเงินไม่น้อยกว่า 2 ปี ซึ่งผ่านเกณฑ์มาตรฐานคุณภาพธุรกิจ และได้รับรางวัลประกววดเว็บไซต์กรมพัฒนาธุรกิจการค้า

ค่าบริการเริ่มต้น

ค่าบริการเริ่มต้น (บาท)

ระยะเวลาดำเนินการ (วัน)

แก้ไขข้อมูล/ใบสูญหาย

ในกรณีที่มีการปรับเปลี่ยนแก้ไขข้อมูลต่าง ๆ เช่น เปลี่ยนประเภทการขายสินค้า ที่อยู่ในใบจดทะเบียนหรือ แก้ไขชื่อหรือรายละเอียดบางส่วน จะต้องให้ทางกรมการค้าธุรกิจตรวจสอบและทำเรื่องยื่นขอแก้ไขรายละเอียดให้ถูกต้องตามกฎหมาย โดยจะต้องมีเอกสารใบเก่าในการไปยื่นขอแก้ไขเปลี่ยนแปลงควบคู่กันไปด้วย

กรณีทำใบจดทะเบียนพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์สูญหาย จะต้องทำการยื่นเรื่องขอใบทดแทนใบพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ให้เรียบร้อย 

 

แก้ไขเปลี่ยนแปลงข้อมูลกิจการ

เปลี่ยนชื่อที่ใช้ในการประกอบกิจการ

ภายใน 30 วันหลังจากมีการเปลี่ยนชื่อกิจการ 

กรณีที่จดทะเบียนเรียบร้อยแล้ว แต่ต้องการแก้ไขชื่อกิจการ จะต้องทำภายใน 30 วัน และจะใช้เวลาดำเนินการประมาณ 1 วันทำการ

แก้ไขชื่อเว็บไซต์

ภายใน 30 วันหลังจากเปลี่ยนชื่อเว็บไซต์

กรณีที่จดทะเบียนเรียบร้อยแล้ว แต่ต้องการแก้ไขชื่อเว็บไซต์ จะต้องยื่นแก้ไขภายใน 30 วัน และจะใช้เวลาดำเนินการประมาณ 1 วันทำการ

เลิกประกอบพาณิชยกิจบางส่วน หรือเพิ่มใหม่

ภายใน 30 วันหลังจากมีการเปลี่ยนแปลง 

กรณีที่จดทะเบียนเรียบร้อยแล้ว แต่ต้องการเลิกหรือเพิ่มการประกอบพาณิชยกิจบางส่วน จะต้องทำภายใน 30 วัน และจะใช้เวลาดำเนินการประมาณ 1 วันทำการ

ย้ายที่อยู่สำนักงาน

ภายใน 30 วันหลังจากย้ายที่อยู่สำนักงาน 

กรณีที่จดทะเบียนเรียบร้อยแล้ว แต่ต้องการเปลี่ยนที่อยู่สำนักงาน จะต้องทำภายใน 30 วัน และจะใช้เวลาดำเนินการประมาณ 1 วันทำการ

เปลี่ยนผู้จัดการ/กรรมการมีผู้อำนาจ

ภายใน 30 วันหลังจากเปลี่ยนผู้จัดการ

กรณีที่จดทะเบียนเรียบร้อยแล้ว แต่ต้องการแก้ไขผู้จัดการ จะต้องทำภายใน 30 วัน และจะใช้เวลาดำเนินการประมาณ 1 วันทำการ

รายการเปลี่ยนแปลงอื่นๆ

ภายใน 30 วันหลังจากมีการเปลี่ยนแปลง

กรณีที่จดทะเบียนเรียบร้อยแล้ว แต่ต้องการเปลี่ยนแปลงรายละเอียดอื่น ๆ  จะต้องทำภายใน 30 วัน และจะใช้เวลาดำเนินการประมาณ 1 วันทำการ

กรณีทำใบจดทะเบียนพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์สูญหาย

ขอใบแทนใบทะเบียนพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์

ภายใน 30 วันหลังจากสูญหาย

ถ้าทำใบจดทะเบียนพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ที่ได้รับมาสูญหาย จะต้องรีบทำเรื่องยื่นของใบแทนใบทะเบียนพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์

ค่าบริการเริ่มต้น

ค่าบริการเริ่มต้น (บาท)

ระยะเวลาดำเนินการ (วัน)

เลิก / แจ้งหยุด

เมื่อถึงจุดที่ผู้ประกอบกิจการอยากที่จะเลิกทำกิจการ จะต้องทำการยกเลิกหนังสือจดทะเบียนพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ใบเก่าให้เรียบร้อย 

กรณีที่ผู้ประกอบการต้องการเปลี่ยนไปทำกิจการอื่น ๆ ที่ไม่เข้าเงื่อนไขการของเปลี่ยนแปลงที่จะขอเปลี่ยนแปลงได้ จะต้องทำการยกเลิกหนังสือจดทะเบียนพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ใบเก่า ก่อนที่จะจดทะเบียนใหม่

แจ้งเลิกทะเบียนพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์

ภายใน 30 วัน นับแต่วันที่เลิกประกอบกิจการ

ถ้าจะเลิกทำกิจการ จะต้องนำใบเก่าไปยื่นขอยกเลิกประกอบกิจการ ตามสถานที่ตั้งของกิจการ ถ้าอยู่ในกรุงเทพฯ ให้ไปยื่นได้ที่สำนักงานเขต แต่ถ้าประกอบกิจการที่ต่างจังหวัด ให้ไปทำเรื่องที่ เทศบาล อบต. ของจังหวัดนั้น ๆ ถ้าไม่ยื่นยกเลิกจะถือว่ามีความผิด และไม่สามารถที่จะขอใบอนุญาตหรือจดทะเบียนพาณิชย์อื่น ๆ ได้

ค่าบริการเริ่มต้น

ค่าบริการเริ่มต้น (บาท)

ระยะเวลาดำเนินการ (วัน)

ขั้นตอนดำเนินงาน และวิธีการชำระเงิน

ลูกค้าติดต่อขอใช้บริการผ่านระบบแชท

ทีมงานประเมินเอกสารพร้อมส่งใบเสนอราคาให้ลูกค้าประกอบการตัดสินใจ

ใบเสนอราคาจะถูกจัดส่งให้ทางอีเมล์ของลูกค้า

หากลูกค้าตกลงใช้บริการ กรุณาชำระเงินก่อนเริ่มบริการ

  • บัญชีออมทรัพย์ ธนาคารกสิกรไทย สาขา โลตัสพระราม 4
    ชื่อบัญชี บจ.โฟสิทีฟ แคชโฟลว์ (ออมทรัพย์)
    เลขบัญชี 053-8-51140-4
  • ส่งสลิปการชำระเงินกลับมาให้ทีมงานทางแชทเพื่อดำเนินการต่อ

ทีมงานขอเอกสารที่เกี่ยวข้องจากลูกค้า

เอกสารที่ต้องส่งให้ทีมงาน
– ประเภทออนไลน์ : สแกนไฟล์เอกสารในรูปแบบ PDF และส่งให้ทีมงาน
– ประเภทออฟไลน์ : ทีมงานจะแจ้งสถานที่จัดส่งเอกสารตัวจริงทางไปรษณีย์ให้ทราบ (ถ้ามี)

ทีมงานเตรียมเอกสาร และดำเนินการจนครบทุกขั้นตอน

ทีมงานทำการติดต่อหน่วยงานภาครัฐ และทำการยื่นเอกสาร และเป็นตัวแทนติดต่อประสานงานเจ้าหน้าที่ภาครัฐกับทางลูกค้าให้เรียบร้อย ซึ่งอาจมีระยะเวลาแตกต่างกันสำหรับแต่ละบริการ

ส่งมอบงาน และรีวิวการทำงาน

  • ลูกค้าได้รับเอกสารสำคัญตามแพ็กเกจที่เลือก
  • ลูกค้าจะได้รับ Username และ Password สำหรับระบบออนไลน์ของหน่วยงาน (ถ้ามี)
  • ลูกค้าประเมินความพึงพอใจในการใช้บริการ

สนใจบริการของเรา? 

ติดต่อพูดคุยกับทีมงานได้ทางปุ่มแชทด้านขวามือ
หรือ ส่งอีเมลมาได้ที่ info@thaitaxlaw.com