การจดทะเบียน

เครื่องหมายการค้าระหว่างประเทศ

[แบบเข้าใจง่าย]

เครื่องหมายการค้าคือ สิ่งที่ทำให้เราสามารถนึกถึงแบรนด์ได้ ไม่ว่าจะเป็นโลโก้ ตราสำคัญบริษัท บรรจุภัณฑ์ที่มีเฉพาะแบรนด์ของเรา เสียงฯลฯ ซึ่งวันนี้จะมาอธิบายขั้นตอนและรายละเอียดในการจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าระหว่างประเทศ

การจดทะเบียนเครื่องหมายการค้า จะมีผลบังคับใช้แค่เฉพาะในประเทศที่คุณได้ทำการจดทะเบียนเท่านั้น! ดังนั้น เพื่อความปลอดภัยของทรัพย์สินทางปัญญาของคุณที่อยู่ภายในสินค้าและบริการ คุณจะต้องทำการจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าภายในประเทศที่คุณทำธุรกิจอยู่ก่อน และถัดมาก็ทำการจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าในประเทศอื่น ๆ ที่คุณจะขยายตลาดไปด้วย

ซึ่งโดยปกติแล้ว วิธีการจดจะมีสองแบบคือเดินทางไปยังต่างประเทศที่คุณขายสินค้าหรือบริการเพื่อจดเครื่องหมายการค้าในประเทศนั้น ๆ แต่ข้อเสียคือคุณต้องจำวันหมดอายุของเครื่องหมายการค้า มีค่าเดินทาง และค่าแปลเอกสารเข้ามาเกี่ยวข้อง และยังมีกฎหมายข้อบังคับและวิธีการของแต่ละประเทศก็จะมีความแตกต่างกันไปที่คุณอาจจะต้องศึกษาเพิ่มเติมเพื่อประกอบการยื่นเอกสาร

ดังนั้นปัจจุบันผู้ประกอบการจึงนิยมอีกวิธีหนึ่งจดผ่าน Madrid Protocal กับกรมทรัพย์สินทางปัญญาในประเทศไทยเพราะอย่างน้อยก็ประหยัดเวลามากกว่า ได้รับความคุ้มครองเท่ากัน แต่ยังสามารถต่ออายุเครื่องหมายการค้าผ่านประเทศไทยได้ด้วย

ในบทความนี้ เราจะมาพูดถึงขั้นตอนในการจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าระหว่างประเทศกันว่าคุณจะต้องทำอย่างไรบ้าง หรือ คลิกปุ่มแชทด้านขวา เพื่อติดต่อทีมงานช่วยอำนวยความสะดวกให้คุณเรื่องการจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าได้

คำขอจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าระหว่างประเทศ

การจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าระหว่างประเทศ หรือ Madrid Protocol เป็นบริการ ยื่นจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าระหว่างประเทศ ของ สำนักงานรับคำขอจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าระหว่างประเทศ (Madrid Application Receiving Office) โดย กระทรวงพาณิชย์ ที่เปิดขึ้นมาเมื่อปี 2561 หลังจากที่ประเทศไทยได้มีการตกลงเข้าเป็นภาคีพิธีสารมาดริด

พิธีสารมาดริด หรือ Madrid Protocol เป็นการตกลงร่วมมือกันของสมาชิกกว่า 116 ประเทศ เพื่อให้ทุกประเทศที่เป็นสมาชิกสามารถที่จะจดจัดตั้งเครื่องหมายการค้าในประเทศอื่น ๆ จากระบบออนไลน์ของประเทศตัวเองได้ ภายในการยื่นขอแค่ครั้งเดียว

ซึ่งการเข้าร่วมเป็นสมาชิกของไทย ทำให้คนไทยสามารถยื่นคำขอในประเทศไทยผ่านระบบออนไลน์ เพื่อเลือกขอรับความคุ้มครองไปยังประเทศภาคีสมาชิกพิธีสารมาดริดได้กว่า 116 ประเทศทั่วโลกไม่ว่าจะเป็น เยอรมัน จีน สิงคโปร์ ญี่ปุ่น เกาหลี นอร์เวย์ ฯลฯ

วิธีการขอยื่นคำร้องในการจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าระหว่างประเทศ

1. ยื่นคำร้องจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าในแต่ละประเทศ ที่คุณต้องการให้เครื่องหมายการค้าของคุณได้รับความคุ้มครอง ซึ่งจะต้องเตรียมคำขอประเทศละ 1 ชุด

2. ยื่นคำจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าในกลุ่มประเทศ
– กลุ่มสหภาพยุโรป European Union (EU) คุ้มครอง 28 ประเทศ
– กลุ่มประเทศสมาชิกองค์การทรัพย์สินทางปัญญาอาฟริกา ( The African Intellectual Property Organization ) หรือ OAPI คุ้มครอง 16 ประเทศ
– กลุ่มประเทศสมาชิกองค์การทรัพย์สินทางปัญญาภูมิภาคอาฟริกา (African Regional Intellectual Property Organization ) หรือ ARIPO คุ้มครอง 16 ประเทศ

3. จดทะเบียนเครื่องหมายการค้าตามระบบมาดริด (Madrid System) ที่มีสมาชิกทั้งหมด 116 ประเทศ (2561) แค่ยื่นคำขอจดทะเบียนในประเทศใดประเทศหนึ่งที่เป็นสมาชิก เพื่อเลือกการได้รับความคุ้มครองในประเทศอื่น ๆ ในระบบมาดริด (Madrid System)

ขั้นตอนการยื่นขอจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าในระบบมาดริด

1. กรอกและยื่นคำขอผ่านโปรแกรมมาดริดของกรมทรัพย์สินทางปัญญา
2. กรอกแบบฟอร์ม MM2 ออนไลน์ผ่านโปรแกรมมาดริด – ควรตรวจสอบและกรอกรายละเอียดให้ครบถ้วน โดยเฉพาะรายละเอียด ค่าธรรมเนียมการยื่นคำขอจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าระหว่างประเทศ ที่ต้องจ่ายให้องค์การทรัพย์สินทางปัญญาโลก เพราะถ้ามีการส่งคำขอเข้าระบบ คุณจะไม่สามารถแก้ไขคำขอได้ นอกจากกรณีที่เจ้าหน้าที่กลุ่มมาดริดจะมีคำสั่งให้แก้ไขคำขอ
3. จ่ายค่าธรรมเนียมในการจัดการคำขอของกรมฯ ผ่านบัตรเครดิต/เดบิต
4. เจ้าหน้าที่กลุ่มมาดริดตรวจสอบรายละเอียดในแบบฟอร์ม MM2 เจ้าหน้าที่จะคำนวณยอดเงินที่ต้องจ่ายให้องค์การทรัพย์สินทางปัญญาโลกและจะติดต่อแจ้งคุณให้โอนเงินดังกล่าวไปยังองค์การทรัพย์สินทางปัญญาโ
ลก
5. รอผลการยื่นคำร้อง หรือทำการแก้ไข ถ้าเจ้าหน้าที่กลุ่มมาดริดมีคำสั่งให้แก้ไข 

ข้อดี-ข้อเสีย ในการจดทะเบียนการค้าระหว่างประเทศผ่านพิธีสารมาดริด

 

 ข้อดี

– ยื่นคำขอจดทะเบียนใช้แบบฟอร์มทางการแบบฟอร์มเดียว (แบบฟอร์ม MM2) สามารถเลือกใช้สิทธิได้หลายประเทศ
– ต่ออายุเพียงครั้งเดียว (ทุก 10 ปี)
– ใช้ภาษาเดียวในการกรอกคำขอจดทะเบียน (ภาษาอังกฤษ)
– ขอแก้ไขเปลี่ยนแปลงรายละเอียดหลาย ๆ อย่างได้ ในคำขอครั้งเดียว 

ข้อเสีย

– ถ้ามีคำขอสั่งแก้ไขในต่างประเทศ คุณจะต้องแต่งตั้งตัวแทนให้ดำเนินการในประเทศนั้น ๆ ซึ่งจะทำให้คุณมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม และอาจมีราคาสูงกว่าการจดทะเบียนด้วยระบบเดิม ซึ่งโอกาสในการถูกขอแก้ไขมีมากกว่า 50 % 
– เนื่องจากรายการสินค้าจะต้องถูกแปลภาษาอังกฤษทั้งหมด ซึ่งอาจจะทำให้มีความคลาดเคลื่อนในการตีความหรือแปลความ และถ้าแปลความไม่ตรงกับรายการของประเทศที่คุณจะจดทะเบียน จะไม่สามารถจดรายการสินค้านั้นได้ และจะถูกตัดรายการนั้นออก 
– ถ้าคำขอพื้นฐานในประเทศไทยไม่ผ่าน จะมีผลต่อคำขอในประเทศสมาชิกที่ก็จะไม่ผ่านไปด้วย 
– มีค่าธรรมเนียมแรกเข้า Basic Fee ซึ่งต้องทำการจดทะเบียนหลาย ๆ ประเทศถึงจะคุ้มค่า ถ้าเปรียบเทียบกับระบบเดิม

แต่ถ้าหากคุณไม่อยากที่จะคอยเสียเวลามาติดตามหรือศึกษารายละเอียดต่างๆ เพื่อไปโฟกัสกับธุรกิจของคุณ ลองติดต่อเข้ามาพูดคุยกับทีมงานได้ทางปุ่มแชท ด้านขวามือ หรือสามารถส่งรายละเอียดบริษัทและเบอร์ติดต่อของคุณมาทางอีเมล info@thaitaxlaw.com เพื่อให้ทีมงานติดต่อกลับเพื่อให้คำปรึกษาได้

ไม่มีเวลาแก้ไขเอง ต้องการหาคนช่วย ไม่รู้ว่าแก้ไปแล้วจะถูกต้องไหม?

หากคุณไม่มีเวลา หรือต้องการผู้ช่วยในการยื่นขอเครื่องหมายการค้าต่างประเทศ คลิกที่นี่

ติดต่อสอบถามข้อมูลทางระบบ CHAT ของเราทางมุมขวาได้เลย!

สนใจบริการของเรา? 

ติดต่อพูดคุยกับทีมงานได้ทางปุ่มแชทด้านขวามือ
หรือ ส่งอีเมลมาได้ที่ info@thaitaxlaw.com