บริการขอใบอนุญาตทำงาน + วีซ่าทำงาน 1 ปี
Work Permit + Visa ( Non-B ) 1 Year Package
หน่วยงานราชการที่ต้องติดต่อ

Department of Employment

Thai Immigration Bureau
Department of Consular Affairs
Work Permit สำคัญยังไง? ไม่มีได้ไหม?
ความเห็นจากลูกค้าของเรา
ข้อมูลรีวิว จริงจาก Google My BuSINESS




















































การให้บริการ เข้าใจง่าย ๆ เพียง 5 ขั้นตอน
ต้องการขอใบอนุญาตทำงาน และวีซ่าธุรกิจ ทำอย่างไร
Step 1 : ติดต่อทีมงานเพื่อทำการประเมิน"โอกาสผ่านเบื้องต้น" ฟรี - ใช้เวลา 10 นาที
แอดไลน์ทีมงานมาที่ @THAITAXLAW พร้อมแจ้งรายละเอียดเกี่ยวกับชาวต่างชาติ
Step 2 : รับผลการประเมิน"โอกาสผ่านเบื้องต้น" จากผู้เชี่ยวชาญ - ไม่มีข้อผูกมัด
• กรณีผลการประเมิน"โอกาสผ่านเบื้องต้น" มีโอกาสผ่านสูง
ลูกค้าชำระมัดจำ เพียง 3,000 บาท เพื่อให้ผู้เชี่ยวชาญดำเนินการต่อ
• กรณีผลการประเมิน"โอกาสผ่านเบื้องต้น" มีโอกาสไม่ผ่าน
ฟรี รับคำแนะนำ วิธีแก้ไขเพิ่มเติมจากผู้เชี่ยวชาญ
Step 3 : ทีมงานตรวจสอบเอกสารโดยละเอียด - 2 วันทำการ
• ทีมผู้เชี่ยวชาญใช้เวลาในการตรวจสอบเอกสารทุกฉบับอย่างละเอียด
หากเอกสารของลูกค้าติดขัด มีโอกาสยื่นแล้วไม่ผ่าน ทีมงานจะคืนเงินมัดจำให้เต็มจำนวน
Step 4 : ลูกค้าชำระส่วนค่าบริการที่เหลือ เพื่อให้ทีมงานดำเนินการจัดเตรียมเอกสาร
• ลูกค้าดำเนินการชำระเงินค่าบริการที่ส่วนที่เหลือ เพื่อให้ทีมงานจัดเตรียมเอกสารทั้งหมด และเริ่มกระบวนการยื่นเอกสารกับหน่วยงานราชการ
• ยื่นขอวีซ่า กับเอกอัครราชทูต หรือสถานกงสุลใหญ่ไทยในต่างประเทศ ใช้ระยะเวลาในการพิจารณา 15-30 วัน
• ยื่นขอใบอนุญาตทำงาน กับสำนักบริหารแรงงานต่างด้าว กรมการจัดหางาน ใช้ระยะเวลาในการพิจารณา 7-15 วัน
Step 5 : ทีมงานจัดส่งคืนเอกสารสำคัญทั้งหมดและส่งมอบของแถมทุกรายการให้กับลูกค้า
• เมื่อคนต่างชาติได้รับใบอนุญาตทำงานแล้ว ทีมงานจะดำเนินการส่งมอบเอกสารสำคัญคืนกับทางบริษัทและคนต่างชาติทั้งหมด รวมถึงส่งมอบของแถมทุกรายการให้กับลูกค้า
บริการขอใบอนุญาตทำงาน และวีซ่า กับ THAITAXLAW
ราคาที่เสนอเป็นราคาจริง! ไม่เรียกเก็บเพิ่มหน้างาน ราคารวมค่าเดินทางและค่าธรรมเนียมแล้ว
พร้อมดูแล ให้คำแนะนำในทุกขั้นตอน ตั้งแต่เตรียมเอกสาร จนจบ ได้รับใบอนุญาตทำงาน
สะดวก มั่นใจ
ถูกต้องตามกฎหมาย 100%
คืนเงินมัดจำทันที! หากประเมินเอกสารแล้วพบว่ามีโอกาสเสี่ยงไม่ผ่านสูง
ดูแลโดยทีมผู้เชี่ยวชาญ เราดูแลธุรกิจมากกว่า 300 ราย/เดือน
คำถามที่พบบ่อย
การที่คนต่างชาติจะเข้ามาทำงานหรือประกอบอาชีพต่างๆ จำเป็นต้องมีใบอนุญาตทำงานตามกฎหมายที่กำหนด หากคนต่างชาติฝ่าฝืนข้อบังคับและทำงานโดยไม่มีใบอนุญาต จะมีบทลงโทษตามที่กฎหมายกำหนด ได้แก่:
ค่าปรับ: คนต่างชาติที่ทำงานโดยไม่มีใบอนุญาตจะต้องเสียค่าปรับตั้งแต่ 5,000 ถึง 50,000 บาท
การเดินทางออกนอกประเทศ: หลังจากการชำระค่าปรับแล้ว คนต่างชาติต้องเดินทางออกจากประเทศไทยโดยเร็วที่สุด
การห้ามขอใบอนุญาตทำงาน: นอกจากนี้ คนต่างชาติที่ถูกจับข้อหาทำงานโดยไม่มีใบอนุญาตจะถูกห้ามในการขอใบอนุญาตทำงานเป็นเวลา 2 ปี
ดังนั้นการปฏิบัติตามกฎหมายจึงเป็นสิ่งสำคัญเพื่อหลีกเลี่ยงบทลงโทษและปัญหาทางกฎหมายที่อาจเกิดขึ้นจากการทำงานโดยไม่ได้รับอนุญาต.
การทำงานอย่างถูกกฎหมายในประเทศไทยสำหรับชาวต่างชาติต้องปฏิบัติตามขั้นตอนและข้อกำหนดหลายประการ ดังนี้:
1. การขอวีซ่าทำงาน (Non-Immigrant Visa “B”)
ชาวต่างชาติที่ต้องการทำงานในประเทศไทยต้องขอวีซ่าทำงานประเภท Non-Immigrant Visa “B” (Business Visa) จากสถานทูตหรือสถานกงสุลไทยในประเทศของตน
2. การขอใบอนุญาตทำงาน (Work Permit)
หลังจากได้รับวีซ่าทำงานแล้ว ชาวต่างชาติต้องขอใบอนุญาตทำงานจากกระทรวงแรงงาน (Department of Employment) ในประเทศไทย
ดังนั้นการที่คนต่างชาติจะเข้ามาทำงาน ประกอบธุรกิจ กิจการ หรือพนักงานลูกจ้างของบริษัทในประเทศไทยจะต้องขออนุญาตทั้ง 2 อย่างนี้ควบคู่กัน จะขาดอย่างใดอย่างหนึ่งไม่ได้
หากอยากทำงานในประเทศไทย แต่ตอนนี้ยังอยู่ต่างประเทศ จะต้องดำเนินการดังนี้
1.) นายจ้างหรือบริษัทต้องดำเนินการยื่นขอใบอนุญาตทำงานแทนคนต่างชาติก่อน จากนั้นเมื่อได้รับหนังสือพิจารณาอนุญาตทำให้คนต่างชาติทำงานในไทยได้แล้วจากหน่วยงานรัฐ ก็ดำเนินการยื่นขอวีซ่าทำงานเข้ามาในประเทศไทย
2.) เมื่อยื่นขอวีซ่าทำงานได้แล้ว ต่างชาติต้องเข้ามาในไทยและไปรับใบอนุญาตทำงานด้วยตนเองภายใน 30 วันนับแต่ที่ได้รับหนังสือแจ้งผลพิจารณาดังกล่าว
3.) นายจ้างต้องดำเนินการแจ้งเข้าทำงานของลูกจ้างต่างชาติภายใน 15 วัน
ลูกจ้างต่างชาติต้องดำเนินการแจ้งที่พักอาศัย โดยติดต่อประสานกับเจ้าของที่พักให้เป็นผู้ยื่นแจ้งให้ตน
ที่ ThaiTaxLaw เรามีบริการขอใบอนุญาตทำงานแทนคนต่างชาติ (บต.32) ดูแลทุกขั้นตอนตั้งแต่ขอใบอนุญาต ขอวีซ่าทำงาน และขั้นตอนอื่นที่เกี่ยวข้อง ครบ จบ ที่เดียว
ต้องเป็นตำแหน่ง ที่ไม่ใช่งานต้องห้ามสำหรับคนต่างชาติ (คลิกเพื่อดูตำแหน่งต้องห้าม) และต้องไม่ใช่ตำแหน่งงานเฉพาะทาง เช่น วิศวกร, ช่าง, ผู้เชี่ยวชาญ และแพทย์ เป็นต้น
การยื่นขอใบอนุญาตทำงานในประเทศไทยมีข้อกำหนดและกฎเกณฑ์ที่กำหนดโดยกรมการจัดหาแรงงาน ซึ่งทั้งลูกจ้างต่างชาติและบริษัทที่ต้องการจ้างชาวต่างชาติต้องปฏิบัติตามเพื่อให้การขอใบอนุญาตทำงานเป็นไปอย่างถูกต้อง ข้อกำหนดและกฎเกณฑ์เหล่านี้มีรายละเอียดดังนี้:
• หลักเกณฑ์ของบริษัท :
1.) บริษัทต้องมีทุนจดทะเบียนที่ชำระแล้วไม่ต่ำกว่า 2 ล้านบาท
2.) บริษัทต้องมีการจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม(VAT)
3.) บริษัทต้องมีการขึ้นทะเบียนนายจ้างและลูกจ้างในระบบประกันสังคม
4.) บริษัทจะต้องมีจำนวนลูกจ้างคนไทย 4 คน ต่อ คนต่างชาติ 1 คน
5.) บริษัทจะต้องจ้างคนต่างชาติในอัตราเงินเดือนที่กฎหมายกำหนด
• หลักเกณฑ์ของลูกจ้างต่างชาติ :
1.) ต้องมีความรู้และความสามารถในการทำงานตามที่ขออนุญาต
2.) ต้องไม่เป็นบุคลวิกลจริตหรือมีจิตฟั่นเฟือนไม่สมประกอบ ไม่เป็นผู้เจ็บป่วยด้วยโรคเรื้อนวัณโรคในระยะสุดท้าย โรคเท้าช้างในระยะปรากฏอาการ อันเป็นที่รังเกียจแก่สังคม โรคติดยาเสพ ติดให้โทษอย่างร้ายแรง โรคพิษสุราเรื้อรัง และโรคซิฟิลิสในระยะที่ 3
3.) ไม่เคยต้องโทษจำคุกในความผิดตามกฎหมายว่าด้วยคนเข้าเมือง หรือกฎหมายว่าด้วยการทำงานของคนต่างด้าวภายในระยะเวลา 1 ปีก่อนวันขอรับใบอนุญาต
ระยะเวลาตลอดขั้นตอนในการดำเนินการ หากเอกสารลูกค้าครบ ทีมงานจะดำเนินการยื่นเรื่องให้ภายใน 3 วัน
หลังจากนั้นจะต้องรอทางกรมการจัดหางานและสถานเอกอัครราชทูต หรือ สถานกงสุลใหญ่ไทยในต่างประเทศ พิจารณา ซึ่งจะใช้ระยะเวลาในการพิจารณาดังนี้ :
• ยื่นขอวีซ่า กับเอกอัครราชทูตหรือสถานกงสุลใหญ่ไทยในต่างประเทศ ใช้ระยะเวลาในการพิจารณา 15-30 วัน
• ยื่นขอใบอนุญาตทำงาน กับสำนักบริหารแรงงานต่างด้าว กรมการจัดหางาน ใช้ระยะเวลาในการพิจารณา 7-15 วัน
การอนุญาตทำงานมักจะขึ้นอยู่กับเงื่อนไขที่ระบุในเอกสารการจ้างงานและเงื่อนไขอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง ดังนั้น อายุของใบอนุญาตทำงานจึงแตกต่างกันไปในแต่ละกรณี ซึ่งโดยทั่วไปแล้วเจ้าหน้าที่จะพิจารณาความเหมาะสม
โดยเจ้าหน้าที่จะออกใบอนุญาตทำงานให้ ตั้งแต่ 3 เดือน, 6 เดือน, 1 ปี, 1 ปี 3 เดือน, 1 ปี 6 เดือน หรือสูงสุดไม่เกิน 2 ปีต่อการขอในแต่ละครั้ง โดยระยะเวลาของใบอนุญาตทำงาน อาจจะไม่ตรงกับระยะเวลาของวีซ่าหรือการอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักร
Re-entry Permit คือ การขออนุญาตให้เดินทางกลับเข้ามาในประเทศไทยได้อีก โดยวีซ่าที่ถืออยู่จะไม่หมดอายุหรือสิ้นสุดลง เพราะเนื่องจากการเดินทางออกนอกประเทศ ซึ่งการยื่นขอ Re-entry Permit จะต้องดำเนินการยื่นขอก่อนการออกนอกประเทศ หากไม่ทำเช่นนั้นจะไม่สามารถกลับเข้ามาในประเทศไทยได้ด้วยวีซ่าเดิมที่ได้รับอนุญาต
Re-entry Permit เป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยให้สามารถกลับเข้ามาในประเทศไทยโดยไม่เสียสิทธิ์ใด ๆ ซึ่งเป็นการป้องกันไม่ให้วีซ่าของคนต่างชาติหมดอายุในระหว่างการออกนอกประเทศ และช่วยให้ไม่ต้องยื่นวีซ่าใหม่เมื่อกลับเข้ามาในประเทศไทยในระยะเวลาที่วีซ่าเดิมยังใช้ได้อยู่
Re-entry Permit มีทั้งหมด 2 แบบที่แตกต่างกัน
โดยทั้ง 2 แบบนั้นมีความแตกต่างในเรื่องจำนวนครั้งที่สามารถกลับเข้ามาในประเทศไทย และค่าธรรมเนียม
คนต่างชาติจะต้องพิจารณาการเดินทางของตนเองก่อนทำการยื่นขอ Re-entry Permit ให้เหมาะสมกับการเดินทางออกนอกประเทศ โดยมีดังนั้น
1.) Single Re-entry Permit
เป็นการขออนุญาตให้เดินทางออกนอกประเทศได้ 1 ครั้งเท่านั้น ซึ่งมักเหมาะสำหรับคนที่ไม่ค่อยได้เดินทางออกนอกประเทศบ่อย หรือสำหรับคนที่ต้องการออกนอกประเทศเพียงครั้งเดียวในระยะเวลาที่มีกำหนด เช่น สำหรับการเดินทางไปยังประเทศเพื่อไปเยี่ยมครอบครัวหรือเพื่อการท่องเที่ยวในช่วงเวลาหยุดพักงานหรือวันหยุดสุดสัปดาห์ เป็นต้น วีซ่าที่มีอายุสั้นๆ และไม่ต้องการเข้าออกประเทศบ่อยๆ จะใช้ Single Re-entry Permit
2.) Multiple Re-entry Permit
เป็นการขออนุญาตให้เดินทางออกนอกประเทศได้หลายครั้งตลอดระยะเวลาของอายุวีซ่า เหมาะสำหรับคนต่างชาติที่ต้องการเดินทางออ
สำหรับคนที่มีวีซ่าระยะเวลาอยู่ 1 ปีและต้องการเดินทางไป-กลับออกนอกประเทศในระหว่างระยะเวลานั้น Multiple Re-entry Permit จะช่วยให้สะดวกและเหมาะสม โดยไม่ต้องยื่นขอใหม่ทุกครั้งที่ต้องการออกนอกประเทศ
การยื่นขอใบอนุญาตทำงานในประเทศไทยจำเป็นต้องมีใบรับรองแพทย์ที่ถูกต้องตามหลักของกรมการจัดหาแรงงาน แนะนำควรหาคลินิคหรือโรงพยาบาลที่สามารถออกใบรับรองแพทย์ที่มีรายละเอียดและเป็นไปตามข้อกำหนดดังต่อไปนี้:
แพทย์ที่ตรวจสุขภาพ : ใบรับรองแพทย์ต้องออกโดยแพทย์ที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบวิชาชีพในประเทศไทยและต้องเป็นการตรวจสุขภาพที่ดำเนินการในประเทศไทย
เนื้อหาในใบรับรองแพทย์ : ใบรับรองแพทย์ต้องระบุว่า:
1.) ผู้ยื่นขอไม่มีโรคต้องห้ามตามที่กำหนดในกฎกระทรวงแรงงาน ซึ่งได้แก่ โรคเรื้อน, วัณโรคระยะอันตราย, โรคยาเสพติดให้โทษ, โรคพิษสุราเรื้อรัง, โรคเท้าช้าง
2.) สภาพร่างกายของผู้ยื่นขออยู่ในเกณฑ์ที่สามารถทำงานได้
อายุของใบรับรองแพทย์ : ใบรับรองแพทย์ต้องมีอายุไม่เกิน 1 เดือนนับจากวันที่ตรวจสุขภาพจนถึงวันที่ยื่นขอใบอนุญาตทำงาน
รายละเอียดเพิ่มเติม : ใบรับรองแพทย์ควรมีข้อมูลดังนี้:
1.) ชื่อและนามสกุลของผู้ขอใบรับรอง
2.) วัน เดือน ปีเกิด
3.) ผลการตรวจร่างกายและการวินิจฉัยโรค
4.) ลายเซ็นของแพทย์ผู้ตรวจและตราประทับของโรงพยาบาลหรือคลินิกที่ตรวจสุขภาพ
เมื่อคุณใช้บริการที่ ThaiTaxLaw เรามีบริการให้ชาวต่างชาติตรวจสุขภาพฟรี! ตรวจจริงที่คลินิค! มั่นใจ ได้ใบรับรองแพทย์ ถูกต้องตามเกณฑ์ของกรมการจัดหาแรงงาน 100%
หลายครั้งที่คนต่างชาติต้องการยื่นเอกสารเพื่อขอใบอนุญาตทำงาน เอกสารสำคัญที่ต้องใช้ในการยื่นขอใบอนุญาตทำงานคือ "ใบรับรองแพทย์"
อย่างไรก็ตาม ลูกค้าหลายท่านมักประสบปัญหาจากการไปตรวจสุขภาพด้วยตนเอง แต่มีปัญหา ใบรับรองแพทย์ไม่สามารถนำไปใช้ได้จริง
เพราะรายละเอียดไม่ถูกต้องตามข้อกำหนดของกรมการจัดหาแรงงาน
Thai Tax Law จึงมีบริการแพคเกจตรวจสุขภาพฟรี! ซึ่งเป็นการตรวจสุขภาพจริง ไม่ใช่การซื้อใบรับรองแพทย์
มั่นใจ สะดวก ราบรื่น! ถูกต้องตรงตามข้อกำหนดของกรมการจัดหาแรงงาน 100%
